ภาษาวิบัติ : ภาพลักษณ์ที่ถูกกักขังของแบ๊วเกิร์ล (จบ)
posted on 14 Aug 2011 21:18 by artiscreamความรุนแรง! ถึงอย่างไรความรุนแรงเป็นเครื่องมือน่ารักเสมอเมื่อมนุษย์
ต้องการขจัดสิ่งที่ตนมองว่าเป็นเนื้อร้าย
ชะช้า! ไม่เว้นแม้แต่การเรียกจิกหัวเหล่าแบ๊นานุแบ๊วว่า
“อีพวกแอ๊บแบ๊วดัดจริต”
คำถามมีอยู่ว่า: ตลอดระยะเวลา ๘-๙ ปีผ่านมา รัฐไทยปล่อยให้ความรุน
“อีพวกแอ๊บแบ๊วดัดจริต”
คำถามมีอยู่ว่า: ตลอดระยะเวลา ๘-๙ ปีผ่านมา รัฐไทยปล่อยให้ความรุน
แรงระหว่างคนผู้กำลังจะเป็นอนาคตชาติดำเนินยาวนาน
ขนาดนี้ได้ยังไง?
เยี่ยห์! เมื่อข้าพเจ้าทำการรื้อสร้าง (deconstruction) การรณรงค์ภาษาวิบัติ
เยี่ยห์! เมื่อข้าพเจ้าทำการรื้อสร้าง (deconstruction) การรณรงค์ภาษาวิบัติ
พบว่ามีอยู่ ๔ วลีน่าเคลือบแคลงและควรถูกตั้งคำถาม
๑. อนุรักษ์ (conservation)
๒. สงวนรักษา (maintenance)
๓. คุ้มครอง (protection)
๔. ชาตินิยม (nationalism)
คำถามมีอยู่ว่า: อนุรักษ์เพื่อใคร? สงวนรักษาเพื่อใคร? คุ้มครองเพื่อใคร?
๑. อนุรักษ์ (conservation)
๒. สงวนรักษา (maintenance)
๓. คุ้มครอง (protection)
๔. ชาตินิยม (nationalism)
คำถามมีอยู่ว่า: อนุรักษ์เพื่อใคร? สงวนรักษาเพื่อใคร? คุ้มครองเพื่อใคร?
ชาตินิยมเพื่อใคร?
การที่รัฐไทยรณรงค์ภาษาวิบัติตลอดระยะเวลาหลายปีผ่านมา นั้นเป็นไปเพื่อ
ความงอกงามทางสติปัญญาเยาวชนอย่างแท้จริงหรือเป็นไปเพียงเพื่อการดำ
ความงอกงามทางสติปัญญาเยาวชนอย่างแท้จริงหรือเป็นไปเพียงเพื่อการดำ
รงอยู่ของชาติ?
เอิงเอ็ย! อารมณ์สะเทือนใจถึงความงดงามด้านภาษาในครั้งเก่าก่อน
แปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังผู้อื่นถึงด่าทอในพ.ศ นี้ได้อย่างไร?
เอิงเอ็ย! อารมณ์สะเทือนใจถึงความงดงามด้านภาษาในครั้งเก่าก่อน
แปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังผู้อื่นถึงด่าทอในพ.ศ นี้ได้อย่างไร?
นับว่าน่าศึกษาเรียนรู้เหมือนกัน
อันว่าภาษาซึ่งเป็นรากฐานทางวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่ง มีวิวัฒนาการมาตั้งแต่-
อันว่าภาษาซึ่งเป็นรากฐานทางวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่ง มีวิวัฒนาการมาตั้งแต่-
สมัยสุโขทัย จนถึงอยุธยา โดยเฉพาะช่วงสมเด็จพระนารายณ์มหาราช, ภาษา-
เมื่อครั้งพ่อขุนรามฯได้พัฒนามาเป็นภาษา “ไทยกลาง” หรือ “ไทยอยุธยา”
ที่จะพัฒนามาเป็นภาษา “ไทยมาตรฐาน” ในทุกวันนี้
ครั้นเปลี่ยนแปลงการปกครอง๒๔๗๕ - ปัจจุบัน โครงสร้างอำนาจบางอย่างเกี่ยวกับ-
ที่จะพัฒนามาเป็นภาษา “ไทยมาตรฐาน” ในทุกวันนี้
ครั้นเปลี่ยนแปลงการปกครอง๒๔๗๕ - ปัจจุบัน โครงสร้างอำนาจบางอย่างเกี่ยวกับ-
การศึกษามันไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงด้วย และตะกอนของมันยังตกค้างอยู่จวบปัจจุบัน
ชะ! ก็ยังคงไว้ซึ่งทัศนะมุ่งการจัดทำแบบเรียนเพื่อใช้เป็นเครื่องมือถ่ายทอดอุดม-
การณ์ชาตินิยมให้เข้าถึงเยาวชนที่ถือเป็นรากฐานสำคัญของชาติต่อไป
ดังพระดำรัสของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่ว่า
“รัฐบาลมีอำนาจที่จะตบแต่งนิสัยใจคอไพร่บ้านพลเมืองได้ด้วยการแต่ง
ดังพระดำรัสของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่ว่า
“รัฐบาลมีอำนาจที่จะตบแต่งนิสัยใจคอไพร่บ้านพลเมืองได้ด้วยการแต่ง
หนังสือสำหรับสอนเด็ก”*
*ดู ศุภกาณฑ์ นานรัมย์, “สมเด็จพระนเรศวรมหาราชในพระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำ
*ดู ศุภกาณฑ์ นานรัมย์, “สมเด็จพระนเรศวรมหาราชในพระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำ
รงราชานุภาพ: รับรู้ประวัติศาสตร์ในสังคมไทย” วิทยานิพนธ์ปริญญาโท สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศึก
ษา มหาวิทยาลัยศิลปากร
นับเป็นแนวทางการดำเนินการอย่างหนึ่งก็คือ การกระตุ้นผลักดันให้เกิด
“สำนึกความเป็นชาติ” (national awareness) โดยเฉพาะการก่อให้เกิดสำนึก-
นับเป็นแนวทางการดำเนินการอย่างหนึ่งก็คือ การกระตุ้นผลักดันให้เกิด
“สำนึกความเป็นชาติ” (national awareness) โดยเฉพาะการก่อให้เกิดสำนึก-
ของการมีอัตลักษณ์แห่งชาติ (national identity) ร่วมกัน สำนึกความเป็นชาติอาจ
จะเข้มข้นรุนแรงเฉพาะในบางกลุ่มชนหรือชาติพันธุ์ [ชาด-ติ-พัน] ที่จะกลายมาเป็น
กลุ่มหลัก ในการกำหนดวิถีชีวิตและแบบแผนทางสถาบันที่บ่งบอกถึง
“ความเป็นชาติ” นั้นๆ*
*ดู เอกสารวิชาการลำดับที่๘๒, ประวัติศาสตร์ในมิติวัฒนธรรมศึกษา: ยกเครื่องเรื่องวัฒนธรรม
*ดู เอกสารวิชาการลำดับที่๘๒, ประวัติศาสตร์ในมิติวัฒนธรรมศึกษา: ยกเครื่องเรื่องวัฒนธรรม
ศึกษา. (กรุงเทพฯ : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, ๒๕๕๒) น. ๓๓-๓๔
ปัญหาก็คือว่า ตะกอนทัศนะเดิมในการจัดทำแบบเรียนมันสวนทางกับประชาธิปไตย-
ปัญหาก็คือว่า ตะกอนทัศนะเดิมในการจัดทำแบบเรียนมันสวนทางกับประชาธิปไตย-
ที่เน้นการมีส่วนร่วม หรือพูดให้หนักข้อกว่านั้นคือโครงสร้างอำนาจเก่าที่สืบเนื่องมา-
ถึงปัจจุบันมันกำลังทำให้เราหลงเข้าใจไปว่า “ชาติ” ใหญ่กว่า “ปัจเจก”
ตลอดระยะเวลา ๘-๙ ปีผ่านมา
ตลอดระยะเวลา ๘-๙ ปีผ่านมา
ภาษาจึงถูกหลอมรวมเข้ากับความเป็นชาติเพื่อถล่มปัจเจก
แบ๊นานุแบ๊วที่อยากมีส่วนร่วมในภาษาถึงโดนรุมประณาม
แบ๊นานุแบ๊วที่อยากมีส่วนร่วมในภาษาถึงโดนรุมประณาม
, หยามเหยียด, กีดกัน ตลอดมา
จากการกดดันโดยวาทกรรม (discourse, [วา-ทะ-กำ]) ของกระทรวงวัฒน-
จากการกดดันโดยวาทกรรม (discourse, [วา-ทะ-กำ]) ของกระทรวงวัฒน-
ธรรม จากการประชาสัมพันธ์ด้านเดียวตลอด ๒๔ ชั่วโมงของสื่อมวลชน
และจากมวลชนขวาจัดที่ถูกขัดเกลาทางสังคม (socialization) ให้เชื่องต่อรัฐ
การโดนแต่งอักขระตลอดจนแต่งรูปให้ตาโตเท่าไข่ห่านนำมาเย้ยหยันประจานกลาย-
และจากมวลชนขวาจัดที่ถูกขัดเกลาทางสังคม (socialization) ให้เชื่องต่อรัฐ
การโดนแต่งอักขระตลอดจนแต่งรูปให้ตาโตเท่าไข่ห่านนำมาเย้ยหยันประจานกลาย-
เป็นเรื่องปกติไปแล้วในประเทศที่แกนความยุติธรรมเอนเอียงเข้าข้างคนรักชาติ-
มากกว่าคนรักเสรีภาพ
ถึงตรงนี้ ความเป็นปัจเจกมันหายไป หรืออาจละสำนวนนิติศาสตร์หันมาพูดในสำ-
ถึงตรงนี้ ความเป็นปัจเจกมันหายไป หรืออาจละสำนวนนิติศาสตร์หันมาพูดในสำ-
นวนอินดี้ว่าความเป็นตัวของตัวเองถูกลบออก ราวกับผู้นำเผด็จการฟาสซิสท์มา-
เคาะประตูบ้านเยาวชนแล้วสำราก
“อีสัตว์! มึงอย่าทะลึ่งบิดภาษาเล่น”
อนาคตของชาติมีหน้าที่เพียงแบกรับ/ผลิตซ้ำ (Reproduction) อุดมการณ์-
อนาคตของชาติมีหน้าที่เพียงแบกรับ/ผลิตซ้ำ (Reproduction) อุดมการณ์-
ชาตินิยมเท่านั้น เยาวชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของภาษาอย่างแท้จริง
ความสับสนระยำ! แปรเปลี่ยนเป็นความเดือดดาลถึงเกลียดชังผู้อื่นอย่างบ้าคลั่ง!
เมื่อภาษาประกอบเข้ากับความเป็นนามธรรมของความคิดเรื่องชาติ
ความสับสนระหว่าง “ชาติ” และสถาบันหลักทางวัฒนธรรมอื่นในรัฐจึงเกิดขึ้น
“ภาษา” สถาบันที่มีตัวตนทางสุนทรียลักษณ์ (aesthetic characteristic)
ความสับสนระยำ! แปรเปลี่ยนเป็นความเดือดดาลถึงเกลียดชังผู้อื่นอย่างบ้าคลั่ง!
เมื่อภาษาประกอบเข้ากับความเป็นนามธรรมของความคิดเรื่องชาติ
ความสับสนระหว่าง “ชาติ” และสถาบันหลักทางวัฒนธรรมอื่นในรัฐจึงเกิดขึ้น
“ภาษา” สถาบันที่มีตัวตนทางสุนทรียลักษณ์ (aesthetic characteristic)
ถูกสอดใส่โดย “ชาติ”
จุ๊กกรู้ว์! มันจะสอดใส่กันแบบถุงยางหรือไม่มิใช่คำถาม
อะฮ้า! บัดนี้ภาษาตกเป็นเมียของชาติโดยปริยาย
มันประกาศว่าเราเป็นคนคนเดียวกันแล้วแน่วไปจดทะเบียนสมรสโดยไม่สนขี้ปาก-
จุ๊กกรู้ว์! มันจะสอดใส่กันแบบถุงยางหรือไม่มิใช่คำถาม
อะฮ้า! บัดนี้ภาษาตกเป็นเมียของชาติโดยปริยาย
มันประกาศว่าเราเป็นคนคนเดียวกันแล้วแน่วไปจดทะเบียนสมรสโดยไม่สนขี้ปาก-
ชาวบ้าน ภาษาได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์แทนความเป็นชาติ และเมื่อเกิดสิ่งนี้ขึ้น
การปกป้องเชิดชูภาษาและการปกป้องเชิดชูชาติมักจะแยกกันไม่ออก
ความหลงลืมบัดซบ! สองผัวเมียมันยังตกค้างอยู่ในโลกความรู้ปลายศตวรรษที่18
ความหลงลืมบัดซบ! สองผัวเมียมันยังตกค้างอยู่ในโลกความรู้ปลายศตวรรษที่18
จนหลงลืมไปว่าปัจจุบัน จุดเน้นได้เปลี่ยนจากชาติที่มีแบบแผนภาษาเป็นหนึ่งเดียว
มาเป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลายและมั่งคั่งงดงามด้วยภาษาจำนวนมาก
เช่น ภาษาฝรั่งเศสของควิเบก (แทนที่จะเป็นภาษาอังกฤษแบบแคนาดา)
เช่น ภาษาฝรั่งเศสของควิเบก (แทนที่จะเป็นภาษาอังกฤษแบบแคนาดา)
ภาษาคาตาลัน (ที่ไม่ใช่ภาษาสเปน)
และภาษาต่างๆ มากมายที่พูดกันในอินเดีย
การยอมรับความหลากหลายด้านภาษาเช่นนี้มาพร้อมการสร้างความเป็นประชาธิป-
การยอมรับความหลากหลายด้านภาษาเช่นนี้มาพร้อมการสร้างความเป็นประชาธิป-
ไตยขึ้น
แต่ฉิบหายยังไม่จบ! ปัญหาคือรัฐไทยไม่ให้การรับรองหนำซ้ำยังสร้างวาทกรรม-
แต่ฉิบหายยังไม่จบ! ปัญหาคือรัฐไทยไม่ให้การรับรองหนำซ้ำยังสร้างวาทกรรม-
มาไล่บดขยี้บีฑาภาษาไทยร่วมสมัยที่ผ่านกระบวนการทำให้แบ๊ว (baewization)
ที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยเยาวชนในรัฐ ภาษาชนิดนี้จึงไม่มีตำแหน่งแห่งที่เป็นของตนเอง-
ด้วยถูกข้อกล่าวหาโบราณทุเรศแบบเดียวกับนักศึกษาหัวก้าวหน้าในธรรมศาสตร์กร-
ณี ๖ ตุลา'๑๙โดนคือจะทำให้ชาติล่มจม คำถามจึงมีอยู่ว่า:
ภาษาไทยร่วมสมัยที่ผ่านกระบวนการทำให้แบ๊วจะทำให้ชาติล่มจมจริงหรือ?
อย่างไรก็ตาม ไม่หมายความว่าทุกคนในรัฐไทยรังเกียจกรณีนี้
คนที่ไม่รู้สึกอย่างไรในกรณีนี้ อย่างน้อยๆที่สุดก็ศิลปินและนักดนตรี
นักดนตรีที่ศึกษาคีตะศาสตร์แนวอุปมา (metaphorical approach)
อย่างไรก็ตาม ไม่หมายความว่าทุกคนในรัฐไทยรังเกียจกรณีนี้
คนที่ไม่รู้สึกอย่างไรในกรณีนี้ อย่างน้อยๆที่สุดก็ศิลปินและนักดนตรี
นักดนตรีที่ศึกษาคีตะศาสตร์แนวอุปมา (metaphorical approach)
ย่อมทราบดีว่าภาษาไทยเดิม = ดนตรีแคลสสิค
ภาษาไทยร่วมสมัย = ดนตรีแจ๊สที่ต้องอาศัยการอิมโพรไว้ส์ (Improvisation)
ทางด้านศิลปินผู้ทำงานด้านศิลปะเองหากเขาเคยเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์
ภาษาไทยร่วมสมัย = ดนตรีแจ๊สที่ต้องอาศัยการอิมโพรไว้ส์ (Improvisation)
ทางด้านศิลปินผู้ทำงานด้านศิลปะเองหากเขาเคยเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์
ก็ย่อมทราบดีว่ามาเซล ดูแช็มพ์
นำกระโถนเยี่ยวไปตั้งตระหง่านกลางงานแสดงศิลป์แล้วคำราม
“นี่ล่ะโว้ย! งานศิลป์ของข้า”
นัยว่าเป็นการเสียดสีศิลปะที่ถูกเยินยอว่าเป็นของสูงจนเลิศลอยแบบhigh culture
ถูกละ! ปรากฏการณ์ที่เหล่าแบ๊นานุแบ๊ว
“นี่ล่ะโว้ย! งานศิลป์ของข้า”
นัยว่าเป็นการเสียดสีศิลปะที่ถูกเยินยอว่าเป็นของสูงจนเลิศลอยแบบhigh culture
ถูกละ! ปรากฏการณ์ที่เหล่าแบ๊นานุแบ๊ว
กระทำในรัฐไทยเปรียบเสมือน มาเซล ดูแช็มพ์ jr.
และคนเป็นศิลปินก็ย่อมทราบดีว่าความงามในภาษาหรือความงามรูปแบบใดก็ตาม
นั้นเป็นเรื่องของใครของมัน ความงามเป็นเรื่องของปัจเจก
และคนเป็นศิลปินก็ย่อมทราบดีว่าความงามในภาษาหรือความงามรูปแบบใดก็ตาม
นั้นเป็นเรื่องของใครของมัน ความงามเป็นเรื่องของปัจเจก
ความงามเป็นเรื่องที่Identifyไม่ได้
โดยเฉพาะเรื่องสุนทรียลักษณ์ (aesthetic characteristic)
ที่ไม่ควรมีใครมาผูกขาดในทุกกรณี
คนที่ไม่เข้าใจสุนทรียศาสตร์แล้วออกมาประณามภาษาไทยร่วมสมัยว่าวิบัติ
คนที่ไม่เข้าใจสุนทรียศาสตร์แล้วออกมาประณามภาษาไทยร่วมสมัยว่าวิบัติ
คงไม่พ้นมวลชนขวาจัดคลั่งชาติกับศิลปินลูกกวาดที่มีอยู่มากล้นในประเทศนี้
แต่ต้องแยกแยะให้ออกว่ากำลังใช้ภาษานั้น
กับใคร เช่น การเขียนรายงาน หนังสือราชการ หรือ การแชทกับเพื่อน ต้องแยกแยะให้ออก
หลายครั้งที่เด็กๆใช้ภาษาราชการไม่ถูกต้องก็เลยทำให้มีผู้ใหญ่ไดโนเสาร์ออกมาต่อว่าแบบเหมารวม ค่อนขอดค่อนแคะให้สะเทือนใจเล่นๆ(แต่ใครจะสนละ)
แต่ถ้าคนที่เข้าใจในธรรมชาติของภาษาจะรู้ว่าภาษาไทยเป็นภาษาที่ยังไม่ตาย ยังสามารถเกิดคำที่มีความหมายใหม่หรือรูปลักษณ์ใหม่ได้อีก
ไม่เหมือนภาษาลาตินและภาษาบาลีที่เป็นภาษาที่ตายแล้ว ไม่มีการเกิดใหม่อีก เราจึงนิยมใช้ภาษาเหล่านี้มาใช้เป็นราชาศัพท์หรือศัพท์เฉพาะทางต่างๆ เพื่อช่วยให้ง่ายต่อการเขียนนิยามหรือคำจำกัดความ สรุปง่ายๆคือขี้เกียจเขียนคำจำกัดความ ถ้าเกิดใหม่อีกก็ต้องเขียนใหม่อีก เพราะฉะนั้นคุมกำเนิดการเกิดของภาษาซะเลย
(เม้นยาวไปหน่อย แบบว่าเก็บกด
#1 By Death moon on 2011-08-14 22:13